ประวัติดารา “ก๊อต จิรายุ”

ก๊อต จิรายุ มีชื่อจริงว่า จิรายุ ตันตระกูล

เกิดวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2532

เป็นชาวไทยเชื้อสายปาทาน

จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวัดราชบพิธ

จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต สาขาวิชาการจัดการธุรกิจค้าปลีก

IG : godfather1632

เปิดตัวผัวแห่งชาติคนใหม่ ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล กับชีวิตกว่าจะดัง ต้องผ่านอะไรมาบ้าง

ชีวิตวัยเด็กที่ไม่ได้รวยของก๊อต แต่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่มองเห็นคุณประโยชน์ของคนเรา

Passion ที่ต้องการเป็นดาราหนัง แต่ไม่ได้อยากต้องการเป็นศิลปิน ทำให้ก๊อตไม่ดัง แม้จะส่งผลงานในวงการบันเทิงมานับเป็นเวลาหลายปี

พร้อมแล้วใช่ไหม” ประโยคสำหรับถามกึ่งปลอบใจของอำพนกล่าวกับน้ำอิงค์ในเรื่องตะกร้าสีดา (ตอนที่ 12 นาทีที่ 18.34) ก่อนเข้าฉากสะเทือนอารมณ์ที่ชมรมเมียหลวงต้องปรบมือกันเกรียว บทบาทที่ทำให้หญิงค่อนประเทศอินกระทั่งอยากได้อำพนมาอยู่ข้างกาย ทำให้ ก๊อต จิรายุ ตันตระกูล ขึ้นแท่นผู้แสดงฝ่ายชายในฝัน ผัวแห่งชาติอีกคนภายในวงการบันเทิง

โดยความเป็นจริงแล้วก๊อตเคยฝากผลงานการแสดงมาแล้วหลายเรื่อง ได้แก่ บุพเพสันนิวาส, ชาติพยัคฆ์, คมแฝก แต่ว่าไม่ได้เข้าตาถึงกับขนาดเรียกว่าเป็นดารานำชายเบอร์ต้นของช่อง เหตุผลที่เขารู้สึกตัวดีว่ามาจากตัวเขาเอง ซึ่งเคยมาเปิดใจในรายการ Thairath Talk ช่วงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 ความนึกคิดอีกมุมของผู้ชายคนหนึ่ง กะเทาะความจริงในวงการบันเทิง

ผมต้องการเป็นดารา นี่เป็นทัศนคติที่ทำให้ผมไม่ดังก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาในประเทศไทย เนื่องจากว่าผมไม่สนใจเรื่องอีเวนต์อะไรเลย ผมแสดงสิ่งเดียว จนกระทั่งวันนึง เวลานี้เล่นชาติพยัคฆ์ แล้วผมรู้สึกชัดเจน มันคงจะมีบางอย่างที่ผิดปกติไป เราปฏิเสธสิ่งที่มาคู่กันมิได้ ก็เลยค่อยๆปรับนิสัย เบาๆเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตบ้าง

 

ตอนแรกผมไม่ชอบออกงานอีเวนต์เลย ไม่ชอบเพราะเหตุว่ามันไม่ใช่ตัวเรา ผมมีความคิดว่าผมชอบการแสดง ชอบกระบวนการทำงาน แล้วนั่นเป็นเรื่องของผมที่ผมจะต้องใส่ใจนอกเหนือกว่านั้น ผมไม่สนใจ แต่ปัจจุบันนี้ผมเปลี่ยนแปลงมุมคิดใหม่ การที่ผมได้ไปออกอีเวนต์หรือการที่ผมได้ไปพบคน มันก็เป็นการพบปะสนทนากับคนที่ได้เสพงานของพวกเรา แล้วมันจะมีข้อเสียที่ไหน พอมันโตขึ้นจะคิดกว้างและก็ลึกลง แต่ตอนเป็นเด็กเนี่ย เอาตนเองเป็นหลัก ก็ข้าต้องการทำเพียงนี้”

ชีวิตวัยเด็ก

ไม่สนใจ รวย-จน

จิรายุ ตันเชื้อสาย ในวัย 32 ปี เล่าย้อนถึงช่วงเวลาวัยเด็กที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน เขาได้รับการเลี้ยงดูมาในครอบครัวใหญ่ ญาติเป็นสิบคน มีลูกพี่ลูกน้องสองคนมาอยู่ในผ้าห่มเดียวกัน คุณยายต้องไปขอผ้ามาจากร้านตัดผ้าแล้วมาปะให้เป็นผืนใหญ่ รวมทั้งหลานสี่คนก็นอนด้วยกัน ส่วนลูกพี่ลูกน้องผู้หญิงอีกสองคนก็แยกอีกห้องไป

หากแม้ไม่ได้มั่งมี เรียกว่าแทบจนถึงยังได้ แต่ว่าตอนเด็กเขาไม่สนใจเรื่องความร่ำรวยความจน พวกเราพอใจเพียงแค่ว่าพวกเราสนุกยังไง เราอยู่ยังไง เรากินอย่างไร ครอบครัวใหญ่มันทำให้พวกเราเห็นค่าความเป็นครอบครัว มันทำให้มีความรู้สึกว่าผมกับน้องชายเนี่ยนอนคว่ำหน้าเปลี่ยนกันเกาหลัง ส่วนอีกสองคน ก็นอนห่างๆเพราะอีกคนนึงกรน เป็นความสุขอย่างหนึ่ง แล้วก็สอนให้พวกเรารู้จักดูแลบุคคลอื่นด้วย

X