แอปพลิเคชั่น ไทยชนะ กับ หมอชนะ ไขข้อข้องใจ ต่างกันอย่างไร

     แอปพลิเคชั่น ไทยชนะ กับ หมอชนะ นั้นต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี ข้อมูลที่เก็บไปจะปลอดภัยหรือไม่ แล้วทำไมต้องโหลดทั้งคู่ วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจต่างๆ กับ 2 แอปพลิเคชั่นนี้ักัน

       หลังจากที่ประเทศไทยได้เกิดการระบาดระลอกใหม่ของโควิด 19 ทำให้ทาง ศบค. ได้ออกมาตรการมากมายในการป้องกัน และสกัดกั้นไวรัส เช่น การออกมาตรการควบคุมการเข้า-ออกจังหวัด มาตรการควบคุมการรับประทานอาหารในร้าน และปิดสถานที่เสี่ยงต่าง ๆ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชนทุกคนดาวน์โหลดและใช้งานแอปพลิเคชัน ไทยชนะ กับ หมอชนะ เอาไว้เพื่อเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการติดตาม และควบคุมโควิด 19 ซึ่งอาจทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าแอปพลิเคชันทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างไร เหตุใดจึงต้องใช้งานทั้ง 2 แอปพลิเคชันควบคู่กันด้วย

ไทยชนะ
     ไทยชนะ เป็นระบบลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อเก็บข้อมูลการเข้าใช้งานในพื้นที่สาธารณะของประชาชน โดยมีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลเพียงผู้เดียว เพื่อใช้ประโยชน์ในการติดตามข้อมูลและกักโรคได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันดี และง่ายต่อการสแกน QR Code เช็กอิน โดยมีฟังก์ชันซึ่งเป็นจุดเด่นต่าง ๆ ดังนี้
     1. ใช้เพื่อสแกน QR Code เช็กอิน เมื่อเข้าไปใช้บริการในยังสถานที่ต่าง ๆ
     2. การสแกน QR Code จะเป็นการบันทึกสถานที่ ที่เราเดินทางไป
     3. ช่วยบันทึกระยะเวลาอยู่ในสถานที่
     4. สามารถเช็กอินเป็นกลุ่มได้
     5. กดเช็กเอาต์ได้จากแอปพลิเคชันกรณีลืมสแกนขากลับ
     6. การสแกน QR Code เป็นการลดการสัมผัสจากการหยิบปากกาจดบันทึก
     7. ข้อมูลประวัติการเช็กอินของเรา จะถูกลบอัตโนมัติทุก 60 วัน

หมอชนะ
      ส่วนแอปพลิเคชัน หมอชนะ เป็นแอปพลิเคชันที่บันทึกข้อมูลการเดินทางของผู้ใช้งานด้วยเทคโนโลยี GPS และ Bluetooth ร่วมกับการสแกน QR Code เพื่อเช็กอินตามสถานที่ต่าง ๆ ทำให้บันทึกการเดินทางของผู้ใช้งานแม่นยำ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กรมควบคุมโรค และบุคลากรทางการแพทย์สอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็ว โดยมีฟังก์ชันดังนี้
     1. มีแบบสอบถามช่วยประเมินความเสี่ยงของผู้ใช้งานเบื้องต้น
     2. ใช้เทคโนโลยี Bluetooth ในการติดต่อสื่อสารกับเครื่องอื่นที่อยู่ใกล้กัน กรณีมีผู้ติดเชื้อที่เคยอยู่ในพื้นที่ที่คุณไป แอปฯ จะสามารถเตือนคุณให้เข้าสู่กระบวนการตรวจหาเชื้อได้ เนื่องจากบางคนอาจจะมีความเสี่ยงจากการพบผู้ติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว
     3. เทคโนโลยี Bluetooth พลังงานต่ำ สื่อสารเครื่องอื่น ๆ ซึ่งกันและกัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัวตนของอีกฝ่าย
     4. ตัวแอปพลิเคชันจะบันทึกประวัติการเดินทางผ่าน GPS ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดูประวัติการเดินทางในขั้นตอนการสอบสวนโรค
     5. สำหรับข้อมูลที่บันทึกเอาไว้ จะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ข้อมูลส่วนบุคคลฯ และจะมีการลบออกโดยอัตโนมัติเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 แอปพลิเคชัน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับตัวผู้ใช้งาน และสามารถอำนวยความสะดวกกับเจ้าหน้าที่ในการสกัดกั้นการแพร่เชื้อโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี และจำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนควรจะมีไว้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเจ้าหน้าที่ในการป้องกันเชื้อร้ายไม่ให้แพร่กระจาย ให้ประเทศเรากลับมาปลอดภัยได้โดยเร็ว