ไข่ปลาคาเวียร์

ไข่ปลาคาเวียร์ (อังกฤษ: caviar รู้จักกันในชื่อ caviare จาก เปอร์เซีย: خاویار‎, อักษรโรมัน: xâvyâr, lit. ’egg-bearing’) เป็นอาหารที่มีการหมักเกลือของตระกูลปลาสเตอร์เจียน คาเวียร์ถือว่าเป็นอาหารราคาแพง และถูกกินเป็นเครื่องปรุงหรือละเลง ตัวโรอาจเป็นได้อีกทั้ง “สด” (ไม่มีการพาสเจอร์ไรซ์) หรือพาสเจอร์ไรซ์ โดยแบบพาสเจอร์ไรซ์จะทำให้คุณค่าต่อการประกอบอาหารและเศรษฐกิจลดลง

ตามธรรมเนียมแล้ว คำว่า คาเวียร์ ถูกใช้อิงถึงปลาสเตอร์เจียนแถวทะเลแคสเปียนกับทะเลดำ (คาเวียร์แบบปลาสเตอร์เจียนขาว, ออสเซตรา และเซฟรูกา) ขึ้นอยู่กับประเทศ บางครั้ง คาเวียร์ อาจอิงถึงปลาสเตอร์เจียนหรือปลาสายพันธ์ุอื่น เช่นปลาแซลมอน, ปลาเรนโบว์เทราต์, ปลาเทราต์, ปลาลัมป์ฟิช, ปลาน้ำจืดสีขาว, หรือปลาคาร์ป
ไข่ปลาคาเวียร์ ส่วนใหญ่ใช้ปลาสเตอร์เจียน (Sturgeon) แม่ปลาจะต้องมีอายุเกือบจะเท่ามนุษย์ซึ่งสามารถมีลูกได้ นั่นก็คือวัย 15 ปี ดังนั้นในแถบทะเลสาบแถบยุโรป แล้วก็อเมริกา ก็เลยมีข้อกฎหมายจากอนุสัญญากล่าวถึงการค้าขายระหว่างชาติซึ่งประเภทสัตว์ป่าและพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ได้ควบคุมป้องกันการสูญพันธุ์เพราะมูลค่าของการจำหน่ายไข่ปลาคาเวียร์นี้สูงถึงกิโลละ 100,000 – 1,000,000 บาทเลยทีเดียว

 

ที่มาไข่ปลาคาเวียร์

ที่มาของ “ไข่ปลาค้างเวียร์” ก็ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารของคนชั้นสูง ด้วยเหตุว่าพระเจ้าอเล็กซานเดอร์กษัตริย์ของรัสเซีย ที่มีอำนาจเหนือเปอร์เซียในสมัยนั้น ได้ใช้ไข่ปลาคาเวียร์เป็นเครื่องราชบรรณาการ และเมื่อฝรั่งเศสฝ่ายแพ้ในสงครามแก่ปรัสเซีย ก็ทำให้ของกินที่ทำด้วยไข่ปลาคาเวียร์นี้กลายเป็นที่นิยมของชนชั้นสูง ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนชั้นสูงของฝรั่งเศสอีกต่อไป

 

ไข่ปลาคาเวียร์ กลายมาเป็นที่นิยมทั่วโลกจนเกือบสิ้นซากจากการเปิดประเทศหลังยุคที่แต่ละประเทศฟื้นฟูตัวเองจากสงครามโลกครั้งที่ 2 บรรดาเชฟเมืองต่างๆในยุโรปก็หาวัตถุดิบโด่งดังเยี่ยมรสจากประเทศต่างๆมารังสรรค์เมนูอร่อยๆขึ้นเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารที่เป็นลูกค้า VIP หรือส่งเข้าประกวดกับเวทีต่างๆซึ่งไข่ปลาคาเวียร์ก็ไปปรากฏอยู่บนเมนูยอดนิยมต้นๆแม้ว่าจะราคาสูงก็ตาม

 

ราคาไข่ปลาคาเวียร์

เพราะปลาสเตอร์เจียน มีอายุมากกว่าจะออกไข่ครั้งแรก และจำนวนมีจำกัด จึงสงผลให้ไข่ปลาราคาสูง ปลาสเตอร์เจียนเป็นปลาดึกดำบรรพ์ ที่มีช่วงชีวิตอาศัยอยู่ในสองน้ำ (น้ำจืด และน้ำเค็ม) อายุของปลาสเตอร์เจียนอาจจะเท่ากับคุณยายของเราเลยก็ได้ โดยเฉพาะปลาเบลูก้าสเตอร์เจียนที่แก่เกิน 100 ปี และไข่ของมันมีราคาแพงเท่าเพชรงามๆเม็ดราวๆ 1 กะรัตทีเดียว ซึ่งใส่อยู่ในตลับสีทองเพื่อแสดงความพรีเมี่ยม และมีชื่อว่า “ไข่ปลาคาเวียร์อัลมาส” แม้ว่าจะราคาสูงระดับนี้ก็มีผู้คนยอมจ่าย เพื่อจะลิ้มลองสักครั้งในชีวิต
ผลิตภัณฑ์ไข่ปลาคาเวียร์ที่ได้เช่นปีที่แล้ว 86 ตัน ส่วนใหญ่ส่งออก ครึ่งหนึ่งไปยังสหภาพยุโรปหรืออียู ส่วน 20 % ไปยังสหรัฐอเมริกา และอีก 10% ไปรัสเซีย ราคาก็ขึ้นกับแต่ละสายพันธุ์ตั้งแต่ กก.ละ 10,000- 180,000 หยวน หรือราว 50,000-900,000 บาท

ขณะนี้ คาเวียร์จาก Kaluga Queen สร้างรายได้ต่อปี 220 ล้านหยวน หรือราวๆ1,100 ล้านบาท มีลูกค้าสนใจมากมาย ทั้งสายการบินลุฟฮันซ่า ของเยอรมนี ภัตตาคารระดับมิชลิน 2 ดาว “L’Atelier de Joel Robuchon” ในนครเซี่ยงไฮ้ ของจีน แม้แต่เชฟกาย ซาวอย ชาวฝรั่งเศส ที่มีร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาวในกรุงปารีส ของฝรั่งเศส ที่มองดูป้ายที่เขียนว่า “เมด อิน ไชน่า” ไม่ใช่เรื่องใหญ่ สิ่งสำคัญคือคุณภาพในการเพาะพันธุ์ ปลาต่างหาก

วิธีแก้ขอบตาดำคล้ำ ขอบตาดำคล้ำมีวิธีรักษาอย่างไร?

วิธีแก้ขอบตาดำคล้ำ ขอบตาดำคล้ำมีวิธีรักษาอย่างไร?

ขอบตาดำคล้ำ

วิธีแก้ขอบตาดำคล้ำ

ขอบตาดำคล้ำ

เคยมะ? ตาคล้ำยังไงก็แก้ไม่หาย พึ่งแต่เมคอัพ บอกเลยว่าวิธีนี้ช่วยได้ แถมทำได้เองที่บ้านง่ายๆ จะมีวิธีอะไรบ้าง ไปดูค่ะ!

1  ประคบด้วยแอปเปิ้ล

 

แอปเปิ้ลนี่งานดีจริงๆ นำแอปเปิ้ลสด 2 ชิ้น มาวางบนเปลือกตาประมาณ 15 นาที รับรองว่าสาวๆ จะเห็นผลเลยว่ารอยคล้ำมันจางลงอย่างเห็นได้ชัด!! สาวๆ สามารถทำได้ทุกๆ วันเลยนะจ๊ะ

 

2 ประคบด้วยไข่ต้ม

นำไข่ต้มสุกปอกเปลือกออกขณะที่ไข่ยังร้อนอยู่ ใช้ผ้าสะอาดห่อไข่ นำไปนวดบริเวณรอบดวงตาเบาๆ ทำแบบนี้ช่วยให้เพิ่มการไหลเวียนของเลือดได้ ขอบตาดำคล้ำก็จะหายไป

 

3  ประคบด้วยแตงกวา

วิธีนี้เป็นวิธียอดฮิตกันเลยทีเดียว นำแตงกวาสดมาหั่นเป็นแว่นๆ และนำไปแช่เย็นไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำมาวางบนเปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 10  นาที แค่นี้ขอบตาก็จะเปล่งปลั่ง ร่างกายก็จะรู้สึกสดชื่น

Portrait of beauty woman laying with towel on the head, cucumber on her eyes, facial mask. Spa therapy. Relax. White background

 

4 ประคบด้วยถุงชา

ใครชอบดื่มชาอยู่แล้ว ก็มาจัดวิธีกันได้เลยจ้า นำถุงชาที่ชงแล้ว แช่ในตู้เย็นประมาณ 30 นาที จากนั้นนำมาวางทับบนเปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที แล้วนำถุงชาออก แค่นี้ก็ช่วยให้ผ่อนคลาย ขอบตาก็จะหายคล้ำ สาวๆ ที่แพ้ง่ายสามารถใช้วิธีนี้ได้เลยนะคะ

 

5 ประคบด้วยน้ำแข็ง

วิธีสุดท้าย ใช้ผ้าขาวบางห่อน้ำแข็ง วางทับบนเปลือกตาทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที แนะนำว่าควรทำในตอนเช้านะคะสาวๆ เพราะความเย็นช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวรอบดวงตาและลดความคล้ำของผิวรอบดวงตาลงได้ด้วย

 

6.ทามอยเจอร์ไลท์เซอร์บริเวณใต้ตาทุกวัน

 

7.รอบดวงตาชุ่มชื้นด้วยมะเขือเทศ มาร์คเป็นประจำทุกวันจะทำให้ผิวไต้ตาชุ่มชื้นและเต่งตึง

เป็นยังไงกันคะสำหรับวิธีง่ายๆ ในการบอกลาขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า ทั้ง 5 วิธีนี้ ทดลองทำกันได้เลยนะคะ จะช่วยให้สาวๆมั่นใจในการออกจากบ้านไปทำงาน หรือ ไป Hang out กับเพื่อนสาวได้แน่นอนจ้า

X